Pumpkin's profilePawiö',)'s spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 13

    ,,,มาแล้วๆๆ

                   
                           มาแว้วๆๆๆๆ   นานมากๆกว่าจ่าได้มาอัพเปอร์ 
                  ตอนนี้สอบเสดแระ แต่คงเศร้าตอนเกรดออกแน่ๆๆเลย กลับขอนแก่นแระ
                      วันที่4ที่ผ่านมาเพื่อนๆๆ นัดเลี้บงกานสนุกดี ใครไม่มาเสียใจแย่เลย  อิอิ (จิงหรอ)
                   เพื่อนๆก้อไปเยอะนะ 20กว่าๆคน  มี กูคนแรก  อิงก้อปายนะแอ๊บเป็นเดกห้อง4 (กิกิ)
               อีเก๋ง อีริน อีต้อม ไอ้ฝุ่น อ้น โอ๊ต ปอ ป่าน ก๊อต แอ้ น๊อต ตู่(เปรี้ยวมาก) แอน มิ้น เชอร์รี่ก้อมา 
                             ออม ปอน โต้ย หนุ่ย จ๊ะโอ๋ อีฟ(เจ๊สวย) ใครอีกวะ เยอะเกินชักลืม
                      คนไม่มานะ อีติ๋ว เข้าโรงบาลซะงั้นหัวปูด(อิอิ) อีอุ๋ยน้องก้อเข้าโรงบาลอีก ส่วนอีเดียร์นี่บอกจะมา
                   แต่กลับเบี้ยว แบตหมดก้อไม่ชาร์ต  อิคคิวก้อสอบยังไม่เสด
                  
                 ส่วนนิทานที่เขียนไว้ สงสัยต่อไม่ติดแระแหละ ก้อลืมว่าเอาเรื่องไว้ไหนอ่ะดิเด๋วเอาเรื่องใหม่เลยล่ะกาน
                   ดูก่อนวันนี้จะมีห้ายอ่านป่าว  คิดๆแล้วก้อเหงาๆๆเนอะ เด๋วก้อต้องห่างกาน3เดือนแระ  คิดถึงๆๆๆๆมากมาย
                     ไม่มีเธอมันดูเหงา ๆ เศร้าๆกอดตัวเองไว้.....    คงจะได้รู้ถึงคำว่าคิดถึงมักๆๆ และความไว้ใจ&เชื่อใจ 
                        วันที่10นี้ เค้าขึ้นบ้านใหม่นะ ใครว่างๆๆก้อมาแระกานเด้อ แถวๆๆบึงแก่นนคร
     
                            

    ความรัก . . . ถ้ามันมีเจ้าของที่ . . . ของมันอยู่แล้ว
    เก็บไว้ . . .ให้เขาคนนั้น
    อย่า . . . เอาใครมาทำหน้าที่ซ้ำซ้อน. . .
    กับใครอีกคนในใจเรา . . . ให้เหนื่อยเลย
    เมื่อถึงเวลาต้องเลือกจริงๆ คนเจ็บไม่ได้มีแค่หนึ่ง
    แต่เป็นสอง หรือสามเลยก็ได้ . . .

     

     

    *-*,*.*ซึ้งๆๆ

     
     
     
                                    เฮ้อๆๆ...  อิงกลับไปแร้ว ไม่เจอกานนานเลย
                  วันนี้ก้อร้อนเหมือนเดิม ไปส่งอีนังตั๊กไปสอบมาเมื่อเช้า รถล้มขากะเพกๆๆ
                ออกไปตั้งแต่8โมงแน่ะ ยังไม่ไปซื้อเค้กให้แม่ไอ้จิงเลย มีคนไหว้วานมา อิอิ
     
     
                     มีนิทานเรื่องใหม่มาให้อ่านอีกแระ  ซึ้งๆๆดีนะ อ่านให้จบล่ะ
     
     
     
     
                  ตั้งแต่แรกเริ่ม
              ครอบครัวของหญิงสาวก็กีดกั้นไม่ให้หญิงสาวคบกับชายหนุ่ม
                บอกว่าบ้านชายหนุ่มไม่มีฐานะเทียบเท่าบ้านเธอ
              ถ้าหญิงสาวไปอยู่กับชายหนุ่มก็จะต้องทนลำบากทั้งชีวิต
               ความกดดันจากทางบ้านทำให้หญิงสาวอารมณ์ไม่ค่อยดีเสมอ
                  และทะเลาะกับชายหนุ่มอยู่เรื่อย
                  หญิงสาวนั้นรักชายหนุ่มมาก  เธอถามชายหนุ่มบ่อยครั้งว่า
                             "เธอรักฉันมากขนาดไหน?"
             แต่ชายหนุ่มเป็นคนพูดไม่เก่ง   ทำให้หญิงสาวโกรธเขาหลายครั้ง
           บวกกับคำพูดของพ่อแม่เธอ  ยิ่งทำให้หญิงสาวอารมณ์เสียมากยิ่งขึ้น
             ชายหนุ่มจึงกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเธอ
                เขาก็ทนยอมรับอย่างเงียบๆโดยไม่ว่าหญิงสาวเลยสักคำ
         หลังจากนั้น ชายหนุ่มเรียนจบมหาลัยแล้ว ตัดสินใจจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ
           ก่อนไป เขาเอ่ยปากขอแต่งงานกับหญิงสาว
                 "ผมอาจจะเป็นคนพูดไม่เก่ง ปากไม่หวาน  แต่ผมรู้ว่าผมรักคุณมาก
         ถ้าคุณตกลงใจยินดี ผมก็จะดูแลปกป้องคุณตลอดชีวิต  สำหรับครอบครัวคุณ
           ผมจะพยายามทำให้พวกเขายอมรับในตัวผม แต่งงานกับผมเถอะนะ ได้ไหม?"
         หญิงสาวตอบตกลงชายหนุ่ม  และด้วยความพยายามของชายหนุ่ม
             พ่อแม่ของหญิงสาวก็ยอมรับเขา ในที่สุด  ชายหนุ่มและหญิงสาวได้หมั้นกัน
          ก่อนที่ชายหนุ่มจะไปเมืองนอกไม่นานนัก  ชายหนุ่มไปเรียนหนังสือ
      อยู่ต่างแดนเพียงลำพัง  ส่วนหญิงสาวก็คงยังอยู่ภายในประเทศ 
           และออกมาทำงานแล้ว
         ชายหนุ่มไม่อาจกลับมาเยี่ยมหญิงสาวได้   เพราะเขาต้องใช้เงินอย่างประหยัด
             ส่วนหญิงสาวก็ไม่มีเวลาไปหาชายหนุ่มได้
           ทั้งสองจึงได้แต่เพียงติดต่อกันผ่านโทรศัพท์และจดหมาย 
        แต่ถึงกระนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็คงยังมั่นคงมิได้เปลี่ยนแปลงสักนิด
          วันหนึ่ง หญิงสาวออกจากบ้านไปทำงานตามปกติ 
                ระหว่างทางที่เดินไปสู่ป้ายรถเมลล์ มีรถคันหนึ่งได้พุ่งตรงเข้าหาเธอ............
         เมื่อหญิงสาวฟื้นขึ้นมา  เธอเห็นพ่อแม่อยู่ข้างเตียง
            ถึงเพิ่งรู้ว่าเธอประสบอุบัติเหตุและบาดเจ็บสาหัส
       โชคยังดีที่ว่าไม่ถึงกับชีวิต  หญิงสาวเห็นพ่อแม่เธอร้องไห้โศกเศร้าไม่หยุด
         จึงเอ่ยปากคิดจะปลอบโยนพวกเขา แต่เธอได้พบว่า...
           เธอพูดอะไรออกมาไม่ได้เลยสักคำ  เธอพยายามที่จะเปล่งเสียงออกมาให้ได้
         แต่ก็ทำได้แค่มีเสียงคล้ายเสียงหอบเท่านั้น หญิงสาวกลายเป็นใบ้ไปเสียแล้ว...
     
         หมอบอกว่าเพราะอุบัติเหตุครั้งนี้  หญิงสาวนอกจากบาดเจ็บที่ขาแล้ว 
           สมองยังถูกกระทบกระเทือน   เพราะฉะนั้นหญิงสาวจะพูดอะไรไม่ได้อีกเลย
      ชั่วชีวิต หญิงสาวได้แต่รับฟังคำปลอบโยนของพ่อแม่เธอ
         แต่เธอไม่สามารถที่จะตอบอะไรได้เลย  หญิงสาวสิ้นหวังแล้ว...
       หญิงสาวได้แต่ร้องไห้ไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน...    หลังจากนั้น
            หญิงสาวออกจากโรงพยาบาลและพักอยู่ที่บ้าน 
                 ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังเป็นเช่นเดิม      มีแต่เพียงเสียงโทรศัพท์ในห้องเธอ     
           กลายเป็นฝันร้ายที่มาทรมานเธอ    แต่ละครั้งที่เสียงโทรศัพท์ดัง
         เป็นเหมือนดังมีดคมทิ่มแทงเข้าไปในใจเธอ
             ความทรมานที่เธอต้องทนรับก็ไม่อาจจะบอกให้ชายหนุ่มรู้ได้
          เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงของเขา
     
      จึงเขียนจดหมายบอกชายหนุ่มว่าเธอไม่อยากจะรอเขาอีกต่อไป 
             เธอกับเขาจบสิ้นกันแล้ว และเธอก็ส่งแหวนหมั้นกลับไปให้เขาด้วย
     
     หญิงสาวไม่รู้จะทำอย่างไรได้กับจดหมายและโทรศัพท์ของชายหนุ่มที่มีมาไม่ขาด
          เธอได้แต่น้ำตาไหลรินเต็มหน้าทุกวัน  
       พ่อของหญิงสาวไม่อาจทนเห็นเธอต้องทนทรมานเช่นนี้อีกต่อไป
         จึงตัดสินใจย้ายบ้าน  
     หวังอยากให้หญิงสาวลืมความทุกข์นั้นและอยู่อย่างมีความสุขมากกว่านี้
            เมื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมแล้ว หญิงสาวก็ดีขึ้นหน่อย 
        เธอค่อยๆหัดเรียนใช้ภาษามือแทนคำพูด
      ทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มต้นใหม่ เธอบอกกับตัวเองเสมอว่าให้ลืมชายหนุ่มเสีย
         วันหนึ่ง เพื่อนสนิทของหญิงสาวบอกกับเธอว่า
       ชายหนุ่มกลับมาแล้ว
       และออกตามหาเธอไปทั่ว หญิงสาวขอร้องเพื่อนเธอว่า
         อย่าบอกเรื่องของเธอให้ชายหนุ่มรู้  เรียกให้เขาลืมเธอเสีย 
       หลังจากนั้น  เธอก็ไม่ได้รับรู้ข่าวคราวของชายหนุ่มอีกเลย
        เวลาผ่านไปได้ปีกว่า
              เพื่อนของหญิงสาวมาบอกกับเธออีกว่า
      ชายหนุ่มจะแต่งงานแล้วและขอร้องให้เธอเอาการ์ดแต่งงานมาให้หญิงสาว
        หญิงสาวได้รับฟังแล้วก็เศร้าใจมาก  เธอเปิดการ์ดนั้นด้วยมือสั่น
         แต่กลับเห็นชื่อเธอเ องบนการ์ดใบนั้น   เมื่อหญิงสาวกำลังจะถามเพื่อน
      ชายหนุ่มก็มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเธอ
       ใช้ภาษามือที่แข็งกระด้างบอกกับหญิงสาวว่า 
         "ผมใช้เวลาปีกว่าที่ผ่านมา   บังคับให้ตัวเองหัดใช้ภาษามือให้ได้
     เพื่อที่จะบอกกับคุณว่า  ผมไม่เคยได้ลืมสัญญาระหว่างเราสองคนเลย
            โปรดให้โอกาสผมได้เป็นเสียงให้แทนคุณ ผม-รัก-คุณ"        
             
                
               
     
     
                    
     
                     

    มาตามเสียงเรียกร้อง

          
     
                     มาแว้วๆๆๆ นิทานที่เล่าค้างไว้ ที่หลายๆคนอย่างอ่านหาเจอแระแหละนะจ้ะ
                  เอาแบบเริ่มใหม่หมดเลยนะ จะได้ต่อเนื่อง โอเคป่าว
     
                                                       ...................................................
     
              ท่ามกลางเมืองอันแสนกว้างใหญ๋ มีเด็กหญิงคนหนึ่งชื่อ ด.ญ. ความรัก  ในทุกๆวัน
           เด็กหญิงจะเดินทางไปตามลำพัง ด้วยเท้าที่เปือยเปล่า  โดยไม่สนใจว่าพื้นที่ที่เธอเหยียบจะสกปก 
      หรือเศษแก้ว  เด็กหญิงความรักยังมีความสุขกับการเดินทางด้วยเท้าเปล่า  เธอยังคงเดิน เดิน เดินไปเรื่อยๆๆ
          อย่างเดียวดาย ...  แต่แล้ววันหนึงระหว่างเดินทางตามปกติ  เธอรู้สึกเจ็บปวดที่เท้าทั้งสองข้างจนไม่อยาก
        เดินทางต่อไป  ความรู้สึกเหงา และ ว้าเหว่ ก้อเข้ามาหาเธอทันที  ทันใดนั้น เด็กหญิงก้อได้พบกับ
          '' นายรองเท้า ''  ซึ่งเป็นรองเท้าเก่าๆ คู่หนึ่งที่ไม่สะดุดตาอะไร
                 นายรองเท้าทักเด็กหญิงความรักอย่างเป็นมิตร  "เท้าเธอคงจะเจ็บมาก ถ้าไม่รังเกียจ ให้ฉันเดิน
            ทางไปพร้อมๆ กับเธอได้มั้ย  สัญญาว่าจะปกป้องเธอเอง"  เด็กหญิงได้ยินเพียงเท่านั้น ความรู้สึกอ้างว้าง
       เดียวดายก้อหายไป  เธอจึงตัดสินใจที่จะเดินทางไปในทุกที่พร้อมกับนายรองเท้า
            ...แต่ต่อมา ด.ญ. ได้เจอรองเท้าคู่ใหม่โดยบังเอิญ รองเท้าคู่นี้แตกต่างจากนายรองเท้า  ทั้งใหม่กว่า
            สะอาดกว่า สีสันสะดุดตา  อีกทั้งยังเปนรองท้าแบรนด์เนมมีราคาด้วย    เด็กหญิงความรักจึงตัดสินใจที่จะ
                 ทิ้ง "นายรองเท้า" แม้ว่าจะใส่สบายและพร้อมจะเดินไปกับเธอทุกที่ 
             เด็กหญิงได้สวมรองเท้าคู่ใหม่ที่สุดแสนจะ perfect  ถึงแม้ว่าจะไม่พอดี เพียงเพื่อให้ตนดูดี
               ด.ญ.ถึงกับยอมให้รองเท้ากัดจนเจ็บปวด แต่เธอก้ออดทน ทั้งที่ในใจไม่มีความสุข 
            เพียงไม่กี่วัน ด.ญ.ความรักก้อรุ้สึกว่าเข้ากับร้องเท้าใหม่ไม่ได้  เพราะในทุกๆครั้งที่เธอเสียใจ          
       เขาก้อไม่พร้อมเดินไปกับเธอทุกๆที่ เขากลัวลำบาก เขากลัวการถูกแปดเปื้อนจากพื้นดินโคลนที่สกปรก
        เด็กหญิงความรัก กลับมานั่งทบทวนดูเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา เธอพบว่าระหว่างเธอกับรองเท้าคู่ใหม่นั้น
      ยังขาดความเข้าใจ ทำให้ตลอดระยะเวลาการเดินทางทั้งคู่ต้องพบกับปัญหาเสมอ
          ถึงแม้ใครๆพากันต่างอิจฉาเธอที่ได้ครองรองเท้าใหม่
             แต่เธอ... ก้อเลือกที่จะถอดออก และกลับมาเดินเท้าเปล่าดังเดิม  มันอาจจะเจ็บเท้าบ้าง
       ในบางครั้ง  แต่เธอก้อสบายใจ เพราะเธอสามารถเดินไปได้ทุกๆที่ ที่เธอต้องการ
        เด็กหญิง ความรัก เดินทางลำพังมาเป็นเวลานานพอสมควร  เธอเริ่มรู้สึกกลัว เหงา และโดดเดี่ยว
          เธออยากมีเพื่อนสักคนที่เข้าใจเธอ และพร้อมจะเดินทางไปกับเธอในทุกๆที่
      ทันใดนั้นเองเธอก้อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยตะโกนถามเธอว่า "อยากมีเพื่อนร่วมทางสักคนมั้ยคร๊าบบ"
                         ใช่เเล้วมันเป็นเสียงของเขา  ....นายรองเท้า...
        เด็กหญิงความรัก ดีใจมากจนไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ เพราะเธอคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เจอเขาอีก
      หลังจากที่เธอได้ตัดสินใจทิ้งเขาไปในวันนั้น  นายรองเท้ายังคงพูดประโยคเดิมๆกับเธออีกครั้งว่า
          "ถ้าไม่รังเกียจให้ฉันเดินทางไปพร้อมๆกับเธอ ได้มั้น ฉันสัญญาว่าจะปกป้องเธอเอง"
                             เด็กหญิงความรัก ยิ้มและตอบกลับไปว่า
                     "ขอบใจนะ...ฉันสัญญาว่าเราจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป"
        นายรองเท้าตอบกลับอย่างอ่อนโยนว่า "เธอไม่จำเป็นต้องสัญญาหรอก เพราะเมื่อไรที่เธอรู้สึกเบื่อ
             และอยากเป็นอิสระจากฉัน ฉันก็พร้อมจะให้เธอไป" เด็กหญิงความรักรู้ทันที่ว่านี่แระ
      คือ"ความเข้าใจ"  ที่เธอรอคอยมานานแสนนาน แต่เธอเจอแล้วจะรักษาอย่างไรดี
        ถึงแม้นานรองเท้าจะเป็นรองเท้าธรรมดาๆคู่หนึ่ง ไม่ได้น่าชื่นชมในสายตาคนอื่นล
      แต่สำหรับ ด.ญ. ความรัก แล้ว  เขาสำคัญต่อเธอมาก เขาเข้าใจและห่วงใยเธอ เธอรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา
          แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอ     
               ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา   ด.ญ.ความรักกับนายรองเท้าก็อยู่เคียงข้างกันตลอดไป
         ในบางครั้ง เราอาจจะเห็น ด.ญ. ความรัก ไม่ใส่รองเท้า  แต่อย่างเพิ่งตกใจ!!
      รองเท้าอาจจะอยู่ในมือเธอก็ได้  เขาอาจต้องการให้เท้าของเธอเป็นอิสระจากการผูกมัดบ้าง
         หรือเธออาจซักรองเท้าแล้วแห้งไม่ทันก็ได้  อย่าคิดมาก !!
     
     
                        นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
            
                - คนดีอาจไม่ใช่ คนที่ใช่อาจไม่ดี
                - คนที่ใช่สำหรับคนอื่นอาจไม่ใช่สำหรับเรา  ส่วนคนที่ใช่สำหรับเราอาจไม่ใช่สำหรับคนอื่น
                - รักแท้มักมาถูกเวลาเสมอ
                - ความรักไม่ใช่การผูกมัด ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
                - สิ่งที่ความรักต้องการมากที่สุดคือ ความเข้าใจ
     
     
                                           จบแว้วๆๆๆๆ.....นะ